- สนับสนุนโดย -

หลังจากที่ล่าสุด “สิงห์บลู” เชลซี เพิ่งทำการเปิดตัว แฟร้งค์ แลมพาร์ด เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่แทนที่ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ด้วยสัญญาระยะเวลา 3 ปี พร้อมค่าเหนื่อยต่อปีเป็นเงินมูลค่า 5 ล้านปอนด์ ด้วยกัน

จากการตัดสินใจกลับมากุมบังเหียนอดีตต้นสังกัดเก่าในครั้งนี้ของ แฟร้งค์ แลมพาร์ดส่งผลเจ้าตัวกลายเป็น ผู้จัดการทีม ที่ทำสถิติรับค่าเหนื่อย “ต่อปี” สูงเป็นอันดับ 8 ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ส่วนกุนซือที่รับค่าจ้างแพงเป็นอันดับหนึ่งยังคงเป็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า บิ๊กบอสของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่โกยทรัพย์เข้ากระเป๋าต่อปีเป็นเงินมูลค่า 20 ล้านปอนด์ ด้วยกัน

- สนับสนุนโดย -

ขณะเดียวกัน ผู้จัดการทีม ที่ฟันค่าเหนื่อยมาเป็นอันดับ 2 ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษได้แก่ เมาริซิโอ โปเชตติโน่ กุนซือจอมแท็คติกของ สเปอร์ส ที่รับทรัพย์ต่อปีเป็นเงินมูลค่า 8.5 ล้านปอนด์ ตามมาด้วยอันดับ 3 ร่วมอย่าง เจอร์เกน คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล) และโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) รับค่าจ้างเท่ากันที่ 7.5 ล้านปอนด์/ปี

นอกจากนั้น อูไน เอเมรี่ บิ๊กบอสของ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ได้รับค่าจ้างสูงเป็นอันดับ 6 ของลีกเทียบเท่ากับ ราล์ฟ ฮาเซนฮุทเทิ่ล กุนซือของ เซาแธมป์ตัน โดยรับค่าเหนื่อยรายปีอยู่ที่ 6 ล้านปอนด์ ด้วยกัน

10 อันดับ ผู้จัดการทีมค่าจ้างแพงสุดในศึก พรีเมียร์ลีก:

อันดับ 1.) เป็ป กวาร์ดิโอล่า (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
ค่าเหนื่อย : 20 ล้านปอนด์/ปี

อันดับ 2.) เมาริซิโอ โปเชตติโน่ (สเปอร์ส)
ค่าเหนื่อย : 8.5 ล้านปอนด์/ปี

อันดับ 3.) โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
ค่าเหนื่อย : 7.5 ล้านปอนด์/ปี

อันดับ 3 ร่วม.) เจอร์เกน คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล)
ค่าเหนื่อย : 7.5 ล้านปอนด์/ปี

อันดับ 5.) มานูเอล เปเยกรินี่ (เวสต์แฮม)
ค่าเหนื่อย : 7 ล้านปอนด์/ปี

อันดับ 6.) ราล์ฟ ฮาเซนฮุทเทิ่ล (เซาแธมป์ตัน)
ค่าเหนื่อย : 6 ล้านปอนด์/ปี

อันดับ 6 ร่วม.) อูไน เอเมรี่ (อาร์เซน่อล)
ค่าเหนื่อย : 6 ล้านปอนด์/ปี

อันดับ 8.) แฟร้งค์ แลมพาร์ด (เชลซี)
ค่าเหนื่อย : 5 ล้านปอนด์/ปี

อันดับ 8 ร่วม.) เบรนแดน ร็อดเจอร์ส (เลสเตอร์ ซิตี้)
ค่าเหนื่อย : 5 ล้านปอนด์/ปี

อันดับ 10.) เอ็ดดี้ ฮาว (บอร์นมัธ)
ค่าเหนื่อย : 4 ล้านปอนด์/ปี

 

ขอบคุณที่มา M thai